Zenya ขอเติบใหญ่ใน CLMC

Zenya ขอเติบใหญ่ใน CLMC

CLMC (กัมพูชา ลาว เมียนมาร์และจีน) อาจเป็นเป้าหมายเจาะตลาดของนักธุรกิจไทย แต่สำหรับบริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชาเขียวพร้อมดื่มแบรนด์ Zenya (เชนย่า) กลับมองไปตลาดที่ใหญ่กว่า นั่นคือ CLMC (กัมพูชา ลาว เมียนมาร์และจีน)

การเพิ่มขึ้นของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) ของเศรษฐกิจกัมพูชาอย่าต่อเนื่อง 4 ปีที่ผ่านมา ตอกย้ำให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงุทนต่างชาติ ซึ่งข้อเท็จจริงนี้ทำให้รัฐบาลกัมพูชายิ่งพยายามเอื้อสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการลงทุนจากต่างชาติมากกว่าเดิม

บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าประเภทเครื่องดื่มชาเขียวของไทย เป็นหนึ่งในตัวอย่างของนักลงทุนจากไทยที่เข้าไปปักฐานธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2551 ซึ่ง Zenya แบรนด์ชาเขียวที่บรรจุขวดในสีสันสดใส ปัจจุบันได้รับความนิยมสูงในกลุ่มผู้บริโภคชาวกัมพูชา

Zenya วางตำแหน่งทางการตลาดในกลุ่ม Healthy drinks ซึ่งจุดกำเนิดของแบรนด์นี้ เกิดจากการรวมตัวของผู้บริหารมืออาชีพจากสินค้าคอนซูเมอร์ชื่อดังอย่างเซเรบอส และโคคา-โคล่า เพื่อบุกเบิกธุรกิจในฐานะนักธุรกิจหน้าใหม่โดยมีชัชชวี วัฒนสุข ประธรานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด ชายผู้ซึ่งบอกกับตัวเองเสมอว่า “เราต้องไม่เป็นมือปืนรับจ้างตลอดไป”

ชัชชวี สั่งสมชั่วโมงบินจากผู้บริหารระดับสูงในธุรกิจอุปโภค-บริโภค เกือบ 10 ปี ก่อนยกหูโทรศัพท์ไปหาเพื่อนที่อยู่กรีนสปอตและโคคา-โคล่าให้ออกมาสร้างอนาคตร่วมกัน

ชัชชวี คือ Startup เมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้วจับธุรกิจตัวแรกคือ เครื่องดื่มประเภทโถกด (Dispenser) จำหน่ายใน 7-11 ก่อนจะแตกไลน์ธุรกิจมาสู่กลุ่ม Healthy drinks ซึ่งแบรนด์ตัวแรกก็คือ Zenya

ผู้ประกอบการหน้าใหม่อย่างชัชชวี ในสนามธุรกิจกลุ่มชาเขียว แม้จะวาง Position ในกลุ่ม Healthy drinks แต่วัตถุดิบก็มาจากชาเขียว ที่หนักกว่านั้นต้องแข่งขันกับคู่แข่งเกือบ 40 แบรนด์ที่วางขายในไทย ผลคือ ยอดขายไม่ได้เป็นไปตามที่ประเมินไว้ ทำให้ต้องปรับทิศทางธุรกิจใหม่

“ตอนนั้นธุรกิจในกลุ่มนี้กำลังจะเป็น Red Ocean เราควรจะหาสนามรบใหม่ ที่เราจะมีโอกาสในการชนะ” ชัชชวี กล่าว

การถอนสมอออกจากสนามรบที่แข่งขันรุนแรงในไทย และพุ่งเป้าไปยังเพื่อนบ้านอาเซียนอย่าง กัมพูชา สปป.ลาว สิงคโปร์ และล่าสุดคือจีน ทำให้ยอดขายของบริษัทดูดีขึ้น

ยุทธศาสตร์ของชัชชวีได้ผล หลังกระแสตอบรับในต่างแดนดีขึ้น และนั่นทำให้เห็นตัวเลขการเติบโตแบบพุ่งไม่หยุด โดยเฉพาะตลาดกัมพูชา แบรนด์สินค้า Zenya ขึ้นเป็นผู้นำในตลาดชาเขียวพร้อมดื่มไปแล้ว

กลยุทธ์ที่ผลักดันให้แบรนด์ Zenya ประสบความสำเร็จในประเทศกัมพูชา คือ การทำตลาดเครือข่ายและมีช่องทางการกระจายสินค้าที่แข็งแกร่งไม่ว่าจะเป็นร้านสะดวกซื้อ ยี่ปั๊ว โมเดิร์นเทรด

สิ่งสำคัญการวางคาแรกเตอร์ของแบรนด์ให้เป็นชาพร้อมดื่ม สีที่ดึงดูดผู้บริโภคในท้องถิ่น พร้อมจับกระแสเกาหลี หรือ K-POP ผ่านแคมเปญโฆษณา จัดโปรโมชั่น หรือแม้แต่สร้างแบรนด์ผ่านเครือข่ายโชเชียลมีเดียอย่าง Facebook คือ กุญแจสำคัญที่ทำให้ แบรนด์ Zenya ครองเบอร์ 1 ในธุรกิจเครื่องดื่มชาเขียวที่มีมูลค่าตลาดราว 600 ล้านบาทต่อปี

“กลุ่มเป้าหมายหลักเราคือ วัยรุ่น ซึ่งการที่เราจะชนะใจพวกเขา เราต้องรู้ Insight แต่เหนือสิ่งอื่นใด การสร้าง brand equity ด้วย brand position ที่ว่า “Super Power from Super Fruit” คือ การมอบ Experience จากการตลาดแบบ 360 องศานั่นคือ จุดสำเร็จของเราในตลาดกัมพูชา”

ชัชชวี สร้างโอกาสอันสดใสให้กับแบรนด์ Zenya ด้วยพลังคนหนุ่มสาวที่มีกำลังซื้อที่ดีขึ้น ซึ่งเมื่อมองถึงโอกาสเติบใหญ่กว่านี้ สถิติการบริโภคชาเขียวในกัมพูชาจะพบว่า คนที่นี่บริโภคในปริมาณ 1.15 ลิตร/คน/ปี ขณะที่หากเทียบกับคนไทย จะพบว่า คนไทยบริโภคชาเขียวเท่ากับ 6.6 ลิตร/คน/ปี และนั่นทำให้เขามั่นใจว่า ยอดขายจากนี้ในกัมพูชาจะดีกว่านี้อีก

จีดีพีของกัมพูชามีการขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งปีนี้ถูกคามหมายว่า ตัวเลขจีดีพีจะเติมโตร้อยละ 7.3 และนั่นจะยิ่งกระตุ้นการจับข่ายซื้อสินค้ามากขึ้น

ข้อมูลจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า รายได้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น จากการเติบโตที่แข็งแกร่งของภาคเศรษฐกิจ ทำให้นักลงทุนเกิดความเชื่อมั่น และปีนี้คาดว่า จะมีเงินลงุทนจากนักลงทุนต่างชาติคิดเป็นเงินราว 1,500 ดอลลาร์

“การมีฐานะที่ดีขึ้นและเข้าถึงเงินกู้ง่ายขึ้นทำให้ชาวกัมพูชาสามารถซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยมากขึ้น” ชนิต สุวรรณพรินทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที.เอ.ซี.คอนซูเมอร์ จำกัด บอกกับ Business+ พร้อมระบุว่า นักชอปในกัมพูชาจะตัดสินใจจับจ่ายสินค้าเร็วขึ้น เพราะฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นนั่นเอง


 

แม้กัมพูชาจะเป็น “ขุมทรัพย์” กองใหญ่หลังแจ้งเกิดสำเร็จ ชนิดที่ว่าขายดีแซงหน้าชาเขียวยักษ์ใหญ่จากไทย ทั้งโออิชิและอิชิตัน

อย่างไรก็ดี ชนิตระบุว่า เราจะไม่หยุดแค่นี้ แต่จะขยายตลาดไปยังประเทศทีมีศักยภาพการเติบโต โดยวางแผนพุ่งเป้าเพิ่มเติมไปที่ สปป.ลาว เมียนมาร์ จีน และในอนาคตจะวางแผนขยายธุรกิจไปยังประเทศเกาหลี ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง กลุ่มประเทศยุโรป

โมเดลการจัดจำหน่ายสินค้าของ Zenya มีส่วนสำคัญที่ทำให้ธุรกิจมีความโดดเด่น เพราะบริษัทจะคัดเลือกคู่ค้าที่มีเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือ ต้องการประสบความสำเร็จระยะยาว


 

“เราเคยมีตัวแทนรายแรกในช่วงเริ่มต้น แต่ก็ไม่รุกเต็มที่ จนต้องหาคู่ค้าที่มีเครือข่ายจำหน่ายที่ดีกว่า อีกอย่างหนึ่งบริษัทจะส่งทีมต่างประเทศเข้าประกบ เพื่อให้มั่นใจว่า ตลาดนั้นๆ จะประสบความสำเร็จจริงๆ” ชนิต บอกพร้อมระบุว่า

เพื่อให้เข้าถึงตลาดอนาคตอีกหลายแห่ง โดยเฉพาะที่จีน บริษัทฯ เตรียมนำสินค้าแบรด์สวัสดี ซึ่งเป็นเครื่องดื่มชาไทยปรุงสำเร็จชนิดผง พร้อมกับเครื่องดื่มทุเรียนชนิดผง พร้อมเนื้อทุเรียน และเครื่องดื่มมะม่วงพร้อมเนื้อมะม่วงชนิดผงไปจำหน่ายผ่านทั้งเครือข่ายและขายออนไลน์

“ที่ตลาดจีน บริษัทหวังไว้มาก แต่ก็ไม่ง่ายนะ เอาง่ายๆ สั้นๆ ทั้งหมดที่เล่าให้ฟัง 5 ปีจากนี้เราจะมีรายได้ 5,0000 ล้านบาท