General Drink ตลาดอนาคต TACC

เมื่อยอดขายน้ำอัดลมเริ่มนิ่ง อุตสาหกรรมเครื่องดื่มจึงต้องมาหาสินค้าตัวทำเงินใหม่และตอนนี้กระแสเครื่องดื่มสุขภาพยังแรงต่อเนื่อง

หนึ่งในแนวโน้มของการบริโภคเครื่องดื่มที่ยังไม่เสื่อมคลายคือ เครื่องดื่มสุขภาพ จากเหตุผลอัตราบริโภคเพียง 211 ลิตรต่อคนต่อปี ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับอเมริกาเหนือและยุโรป

เทรนด์ดังกล่าวจึงไม่ใช่แค่ความนิยมชั่วครั้งชั่วคราว ทำให้ได้เห็นผู้ประกอบหน้าใหม่เข้าสู่ตลาดทุกๆปี เช่นเดียวกับบริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด ที่ผันตัวเองจากผู้ให้บริการเครื่องดื่ม Dispenser (โถกด 7-select) กับ 7-eleven เข้าสู่อุตสาหกรรมที่ประเมินว่า มีเงินหมุนเวียนมากกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี

“เราไม่ใช่บริษัทชาเขียว เราไม่ใช่บริษัทกาแฟ เราจำหน่าย General Drink ในกลุ่ม Ready to Drink (RTD) ซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ แต่ไม่ถึงขั้น Functional Drink ” ชนิต สุวรรณพรินทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด จำกัด บอกกับ Business+

ภายใต้แบรนด์สวัสดี ชาไทยที่มีส่วนผสมของมะม่วงทุเรียน นอกจากจะเป็นธงนำในการบุกตลาดจีน ประเทศที่ชื่นชอบราชาผลไม้ของไทยของบริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด ยังมีเครื่องดื่มอีกหลายประเภทที่ชนิตและทีมงาน ซึ่งรวมตัวกันมาจากนักการตลาดจากสินค้าคอนซูเมอร์ชื่อดังจาก ยูนิลีเวอร์ และพีแอนด์จี เพื่อบุกเบิกธุรกิจในฐานะนักธุรกิจ

ชนิต ยังตัวอย่างให้ฟังว่า อย่างแบรนด์สินค้า Zenya แม้รูปลักษณ์จะถูกมองว่ามันคือชาเขียว แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่ใน Packaging นั้นแตกต่างกับผู้เล่นรายอื่น ด้วยรสชาติกรีนทีแบบซุปเปอร์ฟรุ๊ตผสมน้ำทับทิม เลมอน และองุ่น ซึ่งจุดนี้ทำให้ Zenya แตกต่างด้วยรสชาติอย่างชัดเจน มีรสชาติเหมือนผลไม้มากกว่าชาเขียว เลือกจับกลุ่มลูกค้าอายุ 15-20 ปี

“การที่ชาเขียวแบรนด์ Zenya จะเติบโตแบบก้าวกระโดดท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในเมืองไทยนั้น เราประเมินว่า คงเป็นเรื่องยาก ทำให้เขาเลือกจับกลุ่ม Niche Market โดยจำหน่ายในเมืองไทยผ่านช่องทางในโรงเรียน 200 แห่ง และสนามกอล์ฟ 50 แห่งเป็นหลัก ซึ่งเรามองว่าจะขอเลือกสนามแข่งขันที่ชำนาญ และสร้างผลกำไรดีกว่าที่จะแข่งขันตรงๆ

ตั้งแต่ที่เปิดตัวสินค้ากลุ่ม General Drink มาเกือบ 10 ปี บริษัทค่อยๆ มียอดขายดีขึ้นและคาดการณ์ว่า ปีนี้ยอดขายจะถ่งสูงถึง 1,200 ล้านบาท และวางเป้าหมายเติบโตอีก 3 ปีข้างหน้า ด้วยเม็ดเงินไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท

โตนอกบ้าน = สูตรสำเร็จ อย่างที่ชนิตบอก ขอเลือกโฟกัสในสนามแข่งขันที่ชำนาญ ทำให้เขาและทีมผู้บริหารต้องเลือกเบนเข็มส่งออก Zenya และสินค้าตัวอื่นๆ ไปชิมลางประเทศเพื่อนบ้านที่มีศกยภาพที่เติบโตง่ายกว่าอย่างกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา

“เหตุผลง่ายๆ เพราะว่า เรามีงบการตลาดไม่สูงมาก จึงเลือกลงทุนในสมรภูมิรบที่คิดว่าเราใช่ ประกอบกับเมื่อ 5 ปีที่แล้วตลาดชาเขียวพร้อมดื่มกัมพูชา ยังไม่มีผู้เล่นรายใดเข้าไปทำการตลาดอย่างจริงจัง”

“ชนิต” เริ่มจากสนับสนุนกิจกรรม K-pop คอนเสิร์ต ทำโปรโมชันเกมชิงโชค เพื่อดึงดูดกลุ่มวัยรุ่นกัมพูชาในจุดแรก และปูทางในการสร้างแบรนด์

ด้วยยอดขายที่เริ่มจาก 5-10 ล้านบาท จนกระทั่งก้าวกระโดดเป็นเกือบ 400 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา จึงทำให้ “กัมพูชา” กลายเป็นตลาดหลักของบริษัทไปโดยปริยาย

“เมื่อไม่นานมานี้ชาเชียว Zenya ยังบุกไปที่ตลาดสิงคโปร์ โดยใช้เรงเรียนเป็นช่องทางจัดจำหน่าย 200 แห่ง จากทั้งหมด 400-500 แห่ง และล่าสุดเซเว่นอีเลฟเว่นสิงคโปร์ได้นำแบรนด์ของเราไปจำหน่ายแล้ว” ชนิตกล่าว

แม้ Zenya จะขึ้นแท่นเป็นแบรนด์ Top of mind ในกัมพูชาและสามารถบุกตลาดสิงคโปร์ แต่ยังไม่สามารถเจาะเข้าตลาดสปป.ลาวได้ นั่นเป็นเพราะว่าคนลาวรับรู้จากสื่อเมืองไทย จึงเป็นเรื่องยากที่จะบุกตลาดนี้ ส่วนตลาดเมียนมาร์ “ชนิต” ก็ยอมรับว่า ค่อนข้างลำบากเพราะเพิ่งเปิดประเทศ แต่ก็มีแผนจะเข้าไปเจาะภายใน 3 ปีนี้ (ระหว่าง 2558-2560)

สำหรับเป้าหมายธุรกิจภายใน 3 ปี “ชนิต” มองไว้ว่า บริษัทจะเติบโต 20-30 % ถ้าทีมงานเวิร์ครายได้ 2,000 ล้านบาท ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ถ้าทีมงานไม่คลิกยอดขาย 1,500 ล้านบาทก็ยังเป็นเรื่องที่ยาก

ทั้งนี้เขาเชื่อว่าผลกระกอบการขึ้นอยู่ที่ทีมงานเป็นหลัก ซึ่งประเทศหัวหอกที่ต้องการขับเคลื่อนให้แบรนด์เติบโต คือกัมพูชา เมียนมาร์ สิงคโปร์และจีน

“ต่อจากนี้เราจะนำเครื่องดื่มบุกตลาดอาเซียน โดยจะใช้โมเดลเดียวกับประเทศที่ประสบความสำเร็จ โดยจะเลือกช่องทางที่มีคู่แข่งน้อย หากพบประเทศที่มีศักยภาพเราก็จะใส่เม็ดเงินเข้าไป เพื่อจะสร้างแบรนด์ทำให้เราต้านทานคู่แข่งได้ในระยะยาว เช่นที่จีนบริษัทได้ส่งสินค้าชาไทย แบรนด์สวัสดี รสชาติทุเรียนและมะม่วง ร่วมกับดิสพริบิวเตอร์จัดจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ เนื่องจากเมืองจีนมีขนาดใหญ่มาก จึงต้องกัดฟันทำวิจัยให้ครอบคลุมหลายรูปแบบ เพื่อให้เข้าใจผู้บริโภคชาวจีน

การบุกตลาดจีน เราต้องขายเอกลักษณ์ของสินค้า ขณะที่พันธมิตคือดิสทริบิวเตอร์ของเราต้องโตไปด้วยกัน และการที่จะไปลงสื่อแบบ above the line คงเป็นเรื่องยาก และก็พบว่าคนจีนซื้อของออนไลน์เพิ่มขึ้นมาก ช่องทางนี้จึงมองว่าจะเป็นโอกาสครั้งสำคัญของเรา”

จะเห็นได้ว่า รหัสความสำเร็จของ บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด นอกจากการผลิตสินค้าให้มีความโดดเด่นแตกต่างจากคู่แข่ง และการเลือกช่องทางจัดจำหน่ายให้เหมาะสมกับสินค้า ถือเป็นเรื่องสำคัญและชนิตก็ย้ำว่า นี่คือสูตรสำเร็จธุรกิจของบริษัท